ดาบพิฆาตอสูร กับการ์ตูนผู้ชายร่ายรำดาบ โดย แอดมินเพจกะเทยนิวส์

นานๆที เทยจะแวะเวียนมาพูดถึงการ์ตูนกันบ้างนะคะเธอ ซึ่งจะไม่พูดก็ไม่ได้จริงๆ ค่ะ กับการ์ตูนที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ เป็นที่น่าจับตามากมาย กับ ดาบพิฆาตอสูร ซึ่งฉบับภาพยนตร์เพิ่งจะลงโรงฉายไปไม่นานนี้เอง แต่ตัวการ์ตูน ก็เป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยนะเธอ

ดาบพิฆาตอสูร หรือในชื่อญี่ปุ่นว่า คิเมะสึ โนะ ไยบะ เป็นการ์ตูนแนวต่อสู้ซามูไรแฟนตาซีที่เขียนโดย โคโยฮารุ โคโตเกะ ซึ่งนางเป็นนักเขียนการ์ตูนสาวที่วาดลายเส้นได้สดสวย ละมุนนี แต่ความพีคคือเส้นเรื่องดันเป็นการ์ตูนผู้ชาย แบบเนื้อเรื่องผู้ชาย หรือที่เขาเรียกกันว่าเป็นการ์ตูนแนวโชเน็น ซึ่งตัวหนังสือการ์ตูน ก็ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ปี 2559 แล้วค่ะ

และด้วยความโด่งดัง ก็แน่นอน ได้รับการพัฒนามาเป็นซีรีส์การ์ตูนโดยสตูดิโอยูโฟเทิล ซึ่งในไทยช่อง Cartoon Club ได้รับลิขสิทธิ์มาฉาย และฉายออนไลน์อยู่ทาง LineTV ด้วยเสียงพากย์ไทย และเสียงออริจินัลบน Netflix เจ้าค่ะ

ก็เพราะแน่นอนค่ะ คนเขียนเป็นผู้หญิง และเพราะความผู้หญิงในสังคมญี่ปุ่น มุมมองที่ผู้หญิงมีต่อการ์ตูนซามูไร จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ต้นตำรับของความซามูไร มักเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชายเป็นใหญ่ ผู้ชายจ๋า เอะอะ ก็ลูกผู้ชายอย่างนั้นอย่างนี้เสมอ ซึ่งในเรื่องนี้มีไหน แน่นอนค่ะ

เรื่องราวของดาบพิฆาตอสูร เริ่มต้นเมื่อ ทันจิโร่ เด็กหนุ่มที่มีจิตใจดี ทำอาชีพขายถ่ายอยู่กับครอบครัวบนเขา วันหนึ่งเขาลงไปขายถ่านในตัวเมือง และปล่อยให้ครอบครัวอยู่ด้วยกันเองหนึ่งคืน และเมื่อกลับขึ้นไป ก็พบว่าครอบครัวโดนสังหารตายหมดโดยอสูร และทำให้น้องสาวของเขา เนสึเกะ กลายเป็นอสูรไปด้วย ด้วยความรักและหวังจะช่วยชีวิตน้องสาว เขาแบกเธอขึ้นหลังหวังว่าจะให้ใครซักคนช่วย แต่น้องสาวของเขา ก็ดันจะทำร้ายเขา แต่เธอก็ดันได้สติ และกลายเป็นอสูรที่ไม่ทำร้ายมนุษย์ กลับเป็นฝ่ายปกป้องเขาจากนักล่าอสูรที่กำลังเดินทางผ่านมาพอดี

ดังนั้น ทันจิโร่ จึงตั้งใจจะฝึกตัวเองเป็นนักดาบล่าอสูร แต่เพื่อจะลองหาวิธีรักษาน้องสาวของเขาให้กลับเป็นมนุษย์ โดยเชื่อว่าอสูร มีทั้งดีและเลว และยังมีหนทางที่จะรักษาได้อยู่

ซึ่งในแต่ละตอนที่เล่าไปนั้น ทันจิโร่ ได้เดินทางไปพบกับอสูรในร่างต่างๆ มีพลังที่ต่างกันออกไป และดูเหมือนแต่ละตัว ก็จะมีเบื้องหลังชีวิตที่ระทม ต่างเป็นคนที่ถูกแปลกแยกจากสังคม ถูกผลักไสให้กลายเป็นตัวประหลาดเสียด้วย

เช่นเดียวกับเหล่านักดาบพิฆาตอสูร ที่ก็มีทั้งคนที่เก่งกาจ เชี่ยวชาญการกำจัดปีศาจ เลยไปจนถึงคนที่เลือดเย็น ฆ่าอสูรอย่างไม่มีลังเล ไม่มีความสงสารให้กับอสูรเลยแม้แต่น้อย จนเกิดเป็นคำถามสำคัญว่า อสูรนั้น เลวเหมือนกันหมดใช่หรือไม่ เราควรจะไว้ชีวิตอสูรหรือฆ่าทิ้งให้หมดหรืออย่างไร

คำถามนี้ เป็นคำถามสำคัญ ที่ถูกใส่เข้ามาในคอนเทนต์ซีรีส์แทบจะทุกเรื่องของยุคสมัยนี้เลยก็ว่าได้นะแม่ กับการพูดถึงภาพเหมารวม การแบ่งแยกที่นำไปสู่การกระทำที่เด็ดขาดเบ็ดเสร็จขาดการไตร่ตรองตั่งต่างนั้น เป็นอะไรที่มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ประการใดนะแม่นะ

แต่ใดใดก็คือ นอกจากเนื้อเรื่องที่เป็นการผจญภัยที่สนุกสนานแล้ว เมื่อนำมาทำเป็นแอนิเมชั่น งานภาพก็สวยงามมากเหลือเกินค่ะ กับเอฟเฟคและลายเส้นที่เป๊ะปังอลังการในทุกตอน ไม่มีประเดิดประเด้อให้ชวนหงุดหงิด ต้องนับว่าเป็นการ์ตูนสมัยใหม่ที่ละเมียดละไมในลายเส้นมากเลยค่ะกะเทย

ด้วยความโด่งดังของซีรีส์เรื่องนี้ ก็นำไปสู่การผลิตเป็นภาพยนตร์ฉายโรงในที่สุด กับ ดาบพิฆาตอสูร : ศึกรถไฟนิรันดร์ ที่ว่าบาปว่าบุญ ก็กลายเป็นหนังทำเงินในบ้านเราส่งท้ายปลายปีที่แล้วเฉยเลยแม่ทรายได้ทะลุร้อยล้านอย่างคาดไม่ถึง เทยเชื่อว่าทุกคนในห้องส่งนี้งงค่ะ ยังไงซิ

แต่ก็แน่นอนค่ะ ความเป็นการ์ตูนซามูไร กลิ่นความเป็น “ลูกผู้ชาย” นี่ก็กระจัดกระจายไปเต็มเรื่อง ความกะเทยก็ไปด้วยกันยากหน่อยนะเธอ จะมีก็แต่ ลมหายใจแมลง การร่ายรำของผีเสื้อ ตัวละครอย่าง “โคโจ ชิโนบุ” เสาหลักนักดาบพิฆาตอสูรที่มีวิชาปราณของผีเสื้อ ซึ่งก็มีความกะเท๊ยกะเทย เป็นตัวละครหญิงตัวเล็กตัวน้อย ที่กะเทยพร้อมใจเทเป็นเมน กันทั่วหน้าค่ะ

ก็ต้องยอมรับจริงๆนะคะ ว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่านไป เนื้อหาของการ์ตูนก็มีความหลากหลายมากขึ้น และเริ่มพัฒนาตัวเองให้ไม่ติดอยู่กรอบความคิดเก่าๆแล้ว นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่เขาก็มีความปรับตัวอยู่เสมอ และนำเอาวัฒนธรรมซามูไรมาปรับใช้ ไม่ปล่อยให้เกิดการแช่แข็ง แตะต้องไม่ได้ และสามารถกลายเป็นคอนเทนต์ที่ทำเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เลยล่ะ